บทที่ 10 สัมผัส
หลังจากที่รูปภาพของเลขาสาวที่ทำหน้าที่เป็นพรีเซนเตอร์จำเป็นได้ปล่อยออกไป การโปรโมทและกระแสตอบรับดีเกินคาด จนผู้จัดการฝ่ายการตลาดยิ้มกริ่ม โดยเฉพาะรูปภาพประธานบริษัทหนุ่มและเลขาสาวสบตากันนั้น ก็ถูกปล่อยออกไปเช่นกัน ความหล่อและความสวยของคนทั้งคู่เรียกสายตาแขกและผู้ได้ดูโฆษณาเป็นอย่างดี ในขณะที่ทุกคนในบริษัทและโรงแรมที่ได้รับการโปรโมทนั้นกำลังเต็มไปด้วยความยินดี และความตื่นเต้นกับผลตอบรับในครั้งนี้ แต่ก็ยังมีใครบางคนที่ไม่พอใจ
“เป็นไงล่ะ เพราะความใจร้อนของเธอแท้ ๆ ทำให้เสียทั้งรายได้ เสียทั้งโอกาส ดูสิเนี่ย ขนาดคุณอคินภัทรไปคว้านางแบบโนเนมที่ไหนก็ไม่รู้มาเป็นพรีเซนเตอร์ กระแสตอบรับของโรงแรมยังดีขนาดนี้” ผู้จัดการคนสนิทของนางแบบสาวอดไม่ได้ที่จะเหน็บแนม
“โอ๊ย ! แล้วจะพูดให้ได้อะไรขึ้นมา มันกลับไปแก้ไขอะไรได้หรือยังไง แล้วใครจะไปรู้ล่ะ ว่าเรื่องมันจะกลายเป็นแบบนี้” นางแบบสาวหน้านิ่วคิ้วขมวด หล่อนก็ยังนึกโทษตัวเองอยู่ในใจที่ใจร้อนวู่วาม ยิ่งได้เห็นภาพที่คนสองคนมองสบตากันราวกับตกอยู่ในภวังค์อย่างนั้น เธอยังไม่อยากจะเชื่อเลยว่านั่นใช่อคินภัทรจริง ๆ หรือเปล่า
ร่างของชายหนุ่มเดินเข้ามาในโรงแรมอย่างอารมณ์ดี ข้างกายคือสาวสวยที่เขาเพิ่งจะพาเธอไปทานอาหารมื้อค่ำสุดโรแมนติกแต่แล้วทั้งคู่ก็ต้องหยุดมองภาพวิดีโอโปรโมทของโรงแรม ที่ขึ้นภาพหญิงสาวที่ดูเรียบร้อย แต่กลับชวนให้มองอย่างไม่รู้เบื่อ ภาพคู่ของชายหนุ่มที่ปรากฏขึ้นก็ยิ่งทำให้สองหนุ่มสาวที่เพิ่งกลับจากทานอาหารมาให้ความสนใจยิ่งขึ้น พนักงานโรงแรมคนหนึ่งกำลังจะเดินผ่าน ก็ถูกเรียกเอาไว้ก่อน
“น้อง ๆ เดี๋ยวก่อน ผู้ชายกับผู้หญิงในรูปเนี่ย เป็นพรีเซนเตอร์ของโรงแรมนี้อย่างนั้นเหรอ ? ”
“ขอโทษครับคุณลูกค้า พอดีผมเป็นพนักงานที่เพิ่งเข้ามาทำงานที่นี่เป็นวันแรก เลยยังไม่ค่อยทราบรายละเอียดเท่าไหร่ครับ” เมื่อได้ยินคำตอบดังนั้น เตชินจึงพยักหน้ารับรู้แล้วปล่อยให้พนักงานเดินจากไป ก่อนที่เสียงคุ้นเคยจะดังขึ้นจากทางด้านหลังของเขา
“แล้วแกจะอยากรู้ไปทำไมวะ ? ”
“เฮอะ ฉันก็นึกว่าใคร” เตชินแสยะยิ้มที่มุมปากเมื่อได้เจอเพื่อนรักเขาอีกคน
“ไม่เจอกันนาน แกสบายดีนะ” เตชินเอ่ยถามภูผา
“ก็ยังไม่ตาย ค่อนข้างจะสุขสบายด้วยซ้ำ”
“แล้วนี่แกพักที่นี่เหรอ ? หรือว่าทำงานที่นี่”
“ทำไม ? ชีวิตความเป็นอยู่ของฉันเนี่ยมันน่าสนใจสำหรับแกนักหรือไง ? ”
เตชินไม่ตอบโต้อะไร แต่กลับหยิบนามบัตรในกระเป๋าออกมาพร้อมกับยื่นส่งให้อดีตเพื่อนรักของตนเอง
“ฉันก็แค่หวังดี เอาเป็นว่า ถ้างานที่แกทำอยู่มันให้รายได้ไม่พอ แกก็ไปที่บริษัทฉันได้นะเว้ย ค่าตอบแทนของฉันอาจจะทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของแกดีขึ้นจากเดิมก็ได้นะ”
ภูผาพลิกหน้าพลิกหลังอ่านนามบัตร เบ้ปากเล็กน้อยตามแบบฉบับหนุ่มชอบกวน ก่อนจะดึงมือเตชินพร้อมกับนัดนามบัตรคืนให้กับเจ้าของ
“แกเก็บเอาไว้เถอะ เผอิญว่าฉันชอบทำงานที่ที่ฉันทำแล้วรู้สึกสบายใจว่ะ”
“ไม่เอาน่าทั้งสองคน นาน ๆ ไม่เจอกันตั้งนาน ไปหาอะไรดื่มด้วยกันหน่อยดีไหม ? ”
“ไม่ดีกว่าดาว พอดีผมมีธุระ ผมขอตัวก่อนนะ” ภูผากล่าวปฏิเสธก่อนที่โทรศัพท์มือถือของเขาจะสั่น หน้าจอก็ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอกนอกจากเพื่อนรักที่ดำรงตำแหน่งเป็นประธานบริษัทพ่วงด้วย
“เออ รู้แล้วน่า ฉันก็กำลังจะไปนี่ไง” ภูผากดรับสายก่อนจะปลีกตัวออกจากสองหนุ่มสาวที่ได้แต่มองตามหลัง
“อวดดี ! ” แน่นอนว่าคำพูดนี้ก็คือของเตชิน เขาอุตส่าห์เสนอหนทางให้กับเพื่อนแท้ ๆ แต่ภูผากลับปฏิเสธความหวังดีจากเขา
งานเลี้ยงฉลองเพื่อเป็นการขอบคุณสำหรับการทำงานของบรรดาทีมงานและพนักงานฝ่ายต่าง ๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ร่างสูงโปร่งของอคินภัทรยืนจิบไวน์รสเลิศมองดูบรรดาพนักงานที่กำลังสนุกสนานกับปาร์ตี้ในค่ำคืนนี้
“เอาล่ะ ๆ ทุก ๆ คน ก่อนอื่นเลย ผมในฐานะตัวแทนของพนักงานฝ่ายสื่อดิจิตอล ก็ต้องขอขอบคุณเจ้านายที่แสนจะใจดีพาพวกเราทุกคนมาฉลองกับมื้ออาหารที่สุดแสนจะพิเศษเช่นนี้ จริงไหมพวกเรา ! ” พนักงานคนหนึ่งกล่าวขึ้นด้วยท่าทางที่กรึ่ม ๆ เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์คำพูดของเขาเรียกเสียงปรบมือและเสียงหวัดร้องอย่างสนุกสนานจากพนักงานอีกหลาย ๆ คน
“ถ้าอย่างนั้น พวกเรามาชนแก้วให้กับท่านประธานสุดหล่อของพวกเราหน่อยเป็นไง เอ้า ! ชน” ว่าจบเสียงปรบมือและเสียงกรีดก็ดีขึ้นพร้อมกับนกแก้วขึ้นมาชูกลางอากาศ ซึ่งอคินภัทรก็น้อมรับ ยิ้มบาง ๆ ให้กับทุกคน พร้อมกับชนแก้วกลางอากาศ ร่างบางที่ปกติไม่ค่อยได้ดื่มของมึนเมา แต่วันนี้เธอกลับรู้สึกมีความสุข จนกระดกดื่มเข้าปากไปหลายต่อหลายแก้ว โดยที่เธอเองไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่ามีสายตาเรียวคมของใครบางคนจับจ้องมองการกระทำของเธออยู่อย่างไม่วางตา รอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่สนุกสนานของหญิงสาวกับเพื่อนร่วมงานนั้นทำให้เขาไม่สามารถละสายตาไปจากเธอได้เลยจริง ๆ แต่ก็นะ แม้ว่าเขาจะชอบรอยยิ้มของสาวแว่นตรงหน้าเพียงใด แต่สิ่งหนึ่งเลยที่เขาไม่ค่อยจะชอบใจกับงานครั้งนี้ก็คือ ตั้งแต่เธอเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับโรงแรม พนักงานหนุ่ม ๆ จากแผนกต่าง ๆ ต่างก็มาเกาะแกะ พยายามจะขายขนมจีบให้เจ้าหล่อนอยู่เรื่อย อย่างเช่นตอนนี้ก็เหมือนกัน ร่างสูงโปร่งของอคินภัทรไม่อาจนิ่งทนดูภาพชายหนุ่มที่เข้ามาพูดคุยหยอกล้อกับเลขาสาวของเขาได้อีกต่อไป ขาเรียวยาว เดินก้าวตรงไปโต๊ะที่หญิงสาวนั่งอยู่ แก้วไวน์ที่ชายหนุ่มไม่รู้จากแผนกไหนยื่นส่งให้กับเธอก็ถูกมือแกร่งของเขาคว้าไว้ แล้วยกดื่มทีจนหมดแก้ว พร้อมกับส่งแก้วเปล่ากลับคืน
“ผมคงต้องขอตัวพาเลขาของผมไปก่อน” ว่าจบ มือแกร่งก็คว้าแขนของเลขาสาวตรงออกไปจากพื้นที่ตรงนั้นทันที ใบหน้าเธอแดงระเรื่อ เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่หล่อนดื่ม
“อือ ท่านประธานจะพาฉันไปไหนคะ ฉันยังสนุกอยู่เลย” เธอพูดเสียงอ้อแอ้
“รู้ตัวไหมว่าตอนนี้ คุณกำลังเมา”
“ฮึ ๆ เมาเมยอะไรกัน ลิตาดื่มไปนิดเดียวเอง” หญิงสาวแทนตัวเองด้วยชื่อมันกลับทำให้เขารู้สึกชอบใจ เขาพลิกตัวหญิงสาวให้ยืนพิงกับรถหรูของเขาที่จอดอยู่ พร้อมกับจ้องหน้าคนตัวเล็กที่ยืนยันว่าตัวเองไม่ได้เมา
“นี่นะเหรอ ? สภาพของคนที่ไม่เมา” เขายืนกอดอกมองเลขาสาวที่ตอนนี้แก้วแดง ผมยาวหยักศกถูกมัดเป็นมวยคลาย ๆ ไว้ทางด้านหลัง นิ้วชี้เรียวเล็กยกขึ้นมาส่ายไปมาเบา ๆ พร้อมกับน้ำเสียงอ้อแอ้ อย่างน่าเอ็นดู
“ม่ายเมา ท่านเมาสักกะนิด” ว่าจบเธอก็ยิ้มตาหยี ไอ้ท่าทีของหล่อนยามนี้มันทำให้ความดิบเถื่อนในตัวของเขาจุดประกายขึ้นมา สองมือแกร่งคว้าใบหน้าเล็กมนขอเธอเอาไว้ พร้อมกับริมฝีปากอุ่นร้อนของเขสมราประกบลงทาบทับริมฝีปากบาง ท่ามกลางแสงของพระจันทร์ที่สาดส่องลงมายามราตรี สายลมเย็น ๆ พัดโบกสะบัดใบไม้รอบ ๆ ให้ไหวเอนไปตามแรงลม ลิ้นอุ่นร้อนพยายามกวาดต้อนหาความหอมหวานจากสาวตรงหน้า กลิ่นไวน์รสเลิศจาง ๆ ยิ่งทำให้น่าสัมผัสความหวานมากยิ่งขึ้น
หากนี่คือความฝัน มันก็คงเป็นฝันที่ลิตาไม่อยากตื่น !
